Biobeautise | โลชั่นเซรั่มบำรุงผิวกาย La Vie En Rose BODY SERUM plus CoEnzyme Q10
15951
product-template-default,single,single-product,postid-15951,woocommerce,woocommerce-page,ajax_fade,page_not_loaded,,select-theme-ver-3.2.1,wpb-js-composer js-comp-ver-4.12,vc_responsive
Sale

โลชั่นเซรั่มบำรุงผิวกาย La Vie En Rose BODY SERUM plus CoEnzyme Q10

฿690.00 ฿420.00

เผยเคล็ดลับการเพิ่มเสน่ห์ของคุณอย่างง่ายๆด้วย 
โลชั่นลาวีอองโรส ไบโอบิวทิส
โลชั่นเซรั่มบำรุงผิวกาย La Vie En Rose BODY SERUM plus CoEnzyme Q10
  • รู้มั๊ยว่า ความหอม เป็นอีกหนึ่งช่องทางการเพิ่มเสน่ห์
  • เผยเคล็ดลับการเพิ่มเสน่ห์ของคุณอย่างง่ายๆด้วย โลชั่นลาวีอองโรส ไบโอบิวทิส
La Vie En Rose BODY SERUM plus Q10 โลชั่นเซรั่มบำรุงผิวกาย ลาวีออง โรส ผสม โคเอ็นไซม์คิวเท็

เอกลักษณ์โดดเด่นของความหอมของโลชั่นเซรั่มบำรุงผิวกาย ลาวีออง โรส ผสม โคเอ็นไซม์คิวเท็น : ความพิเศษโดดเด่นเฉพาะตัวจากการผสมผสานระหว่างกลิ่นของดอกลาวีอองโรสและกลิ่นเชอร์เบ็ตสตรอว์เบอร์รีป่ารวมถึงกลิ่นของฝักวานิลา สร้างสรรค์ให้เกิดนวัตกรรมการส่งกลิ่นหอมออกเป็นสามระยะ ระยะแรกสัมผัสจะได้รับความรู้สึกสดชื่นจากกลิ่นของส้มเปลือกเขียว (Green Tangerine) ดอกไวโอเล็ต (Violet) และ ใบสตรอว์เบอร์รี ความหอมระยะที่สองจะปล่อยกลิ่นหอมอ่อนๆของดอกมะลิสีชมพู (Pink Jasmine) สตรอว์เบอร์รีป่า (Wild Strawberries) กลิ่นจากฝักวานิลา และความหอมที่ยังคงติดอยู่ในระยะปลายจะเป็นความหอมของกลิ่นใบแพทชูลี่ (Patchouli) และ กลิ่นสกัดจากมัซค (Crystalline Musk) ทั้งหมดนี้คือเสน่ห์เฉพาะตัวของกลิ่นหอมที่อยู่ในโลชั่นเซรั่มบำรุงผิวกาย ลาวีออง โรส ผสม โคเอ็นไซม์คิวเท็น

เลขที่จดแจ้ง 10-1-5635594

 

ส่วนประกอบ :

โคเอ็นไซม์คิวเท็น (บำรุงผิว ชลอความเสื่อมของเซลล์ผิว ลดริ้วรอย), วิตามินบีสาม (ผิวกระจ่างใส
ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ เพิ่มความยืดหยุ่นของผิว), เชียร์บัตเตอร์ (เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ลดความแห้งกร้าน),
สารสกัดจากน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ (ทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น ต้านอนุมูลอิสระ ลดรอยเหี่ยวย่นของผิว)

 

วิธีใช้ :

เทลงบนฝ่ามือ ลูบไล้ให้ทั่วผิวกายหรือบริเวณที่ต้องการ

 

คุณสมบัติของโลชั่นเซรั่มบำรุงผิวกาย La Vie En Rose BODY SERUM plus Q10

นอกเหนือจากเอกลักษณ์โดดเด่นของความหอม โลชั่นเซรั่มบำรุงผิว La Vie En Rose BODY SERUM plus Q10 มีคุณสมบัติการบำรุงผิวที่ดีเยี่ยมด้วยการใช้ส่วนผสมคุณภาพสูงเพื่อช่วยให้เพิ่มและรักษาความชุ่มชื้นให้กับผิวได้เป็นอย่างดี สามารถซึบเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดความประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ทดลองใช้ โดยส่วนผสมดังกล่าวได้แก่พรีเมี่ยมเชียร์บัตเตอร์ น้ำมันสกัดจากพฤกษาและดอกไม้ รวมถึงส่วนผสมของโคเอนไซม์คิวเท็น (Co Enzyme Q10) ที่ให้คุณสมบัติในการต่อต้านริ้วรอยของผิว ช่วยให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื้น แลดูมีชีวิตชีวา เหมาะกับทุกสภาพผิว ควรใช้เป็นประจำทุกวัน ทุกครั้งหลังอาบน้ำ หรือทุกครั้งที่รู้สึกถึงความแห้งตึงของผิว

 

ส่วนผสมหลักที่สำคัญของโลชั่นเซรั่มบำรุงผิวกาย La Vie En Rose BODY SERUM plus Q10

– Ubiquinone (Co Enzyme Q10)
– Niacinamide (Vitamin B3)
– Shea Butter
– Olea Europaea (Olive) Fruit Oil

 

Ubiquinone (Co Enzyme Q10)

เป็นสารที่มีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกาย ทำหน้าที่ถ่ายทอดพลังงาน และจัดอยู่ในกลุ่มของสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidants) ที่ละลายได้ในไขมัน ช่วยปกป้องเซลล์จากการทำร้ายของอนุมูลอิสระช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคร้ายที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของเซลล์ เช่น โรคหัวใจ ข้อเสื่อม อัมพาต หรือ โรคที่เกิดจากความเสื่อมสภาพวัย แต่เมื่ออายุมากขึ้นการทำงานของ ร่างกาย ในระบบต่างๆ ก็เสื่อมถอยลง ตับก็ไม่สามารถสังเคราะห์ Coenzyme Q10ได้ในปริมาณเท่าเดิม สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ริ้วรอย และความเสื่อมของระบบต่างๆ

 

สามารถพบ Coenzyme Q10 ได้ในอาหารประเภทเนื้อสัตว์ เช่น ปลาซาร์ดีน ปลาแซลมอน เครื่องในสัตว์ ไข่ ถั่วเปลือกแข็ง ข้าวกล้อง และงา หรือในผลิตภัณเสริมอาหารที่ใส่ Coenzyme Q10 Coenzyme Q10 ช่วยลดริ้วรอยและชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิวหนัง เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถลดริ้วรอยและชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิวหนัง Coenzyme Q10 เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ที่ร่างกายเราสามารถสังเคราะห์ขึ้นได้เองโดยธรรมชาติ ปัจจุบัน Coenzyme Q10 จึงถูกนำมาใช้เป็นเครื่องที่ช่วยในการลดริ้วรอย ช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิวหนังที่ได้รับจากแสงแดด มีงานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับผลของ Coenzyme Q10 ต่อการลดริ้วรอยว่าสามารถทำให้ความลึกของริ้วรอยลดลง ซึ่งหมายถึง ทำให้ริ้วรอยนั้นตื้นขึ้นได้นั่นเอง

 

บทบาทของ Coenzyme Q10 ต่อการลดริ้วรอย ชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิวหนัง (Anti-aging/Skin care) ผิวหนังมีหน้าที่ในการป้องกันสารพิษ เชื้อโรค และรังสีอัลต้าไวโอเลต(Ultraviolet) จากแสงอาทิตย์ โดยรังสีอัลตร้าไวโอเลตนี้มี 2 ชนิด คือ UVA และ UVB แต่ที่เกี่ยวข้องกับการเกิดริ้วรอยจะเป็นรังสี UVA โดย UVA สามารถทะลุผ่านชั้นผิวหนังถึงชั้นหนังแท้ และจะเริ่มต้นในการสร้างอนุมูลอิสระ (Free Radical) ซึ่งอนุมูลอิสระนี้เป็นผลิตผลที่เกิดขึ้นจากกระบวนการออกซิเดชั่น (Oxidation) อนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นนี้ก็จะทำอันตรายต่อไขมัน โปรตีน และสารพันธุกรรม(DNA) ในเซลล์ผิวหนัง รวมถึงทำให้เกิดการทำลายของ คอลลาเจน(Collagen) และโครงสร้างอื่นๆของผิวหนัง สูญเสียความยืดหยุ่น ขาดความกระชับเกิดริ้วรอยและความหมองคล้ำ Coenzyme Q10 เป็นสารต้านออกซิเดชั่น (Antioxidant) โดยจะไปป้องกันไม่ให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น ที่จะทำให้อนุมูลอิสระซึ่งจะทำอันตรายต่อผิวหนัง นอกจากนี้ Coenzyme Q10 พบมากที่ผิวหนังชั้นนอก(Epidermis)มากกว่าที่ผิวหนังชั้นใน(Dermis)ซึ่งเป็น ผิวหนังชั้นที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากรังสี UVA จึงเป็นข้อดีอีกประการที่จะช่วยขจัดอนุมูลอิสระ(Free radical) ซึ่งเป็นสาเหตุของริ้วรอยและความหมองคล้ำ

 

นอกจากหน้าที่ในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระของผิวแล้ว Coenzyme Q10 เปรียบเสมือนแหล่งผลิตพลังงานให้กับเซลล์ผิวหนัง หากเซลล์ผิวหนังได้รับพลังงานไม่เพียงพอก็จะทำให้เซลล์ทำงานผิดปกติก็จะทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่นก่อนวัยอันควร

 

มีงานศึกษาวิจัยเกี่ยวกับผลของ Coenzyme Q10 ต่อการลดริ้วรอยมากมายว่าสามารถทำให้ความลึกของริ้วรอยลดลง เช่นการศึกษาของ Gerson Unna พบว่าภายหลังที่กลุ่มทดลองได้ร ับ Coenzyme Q10 ในระยะเวลา 6 สัปดาห์ ริ้วรอยลดลงกว่า 27 % และเมื่อได้รับ Coenzyme Q10 ต่อไปเป็นระยะเวลา 10 สัปดาห์ริ้วรอยลดลงกว่า 43%

 

Niacinamide (Vitamin B3)

คือรูปแบบหนึ่งของวิตามิน B3 ในแบบที่เข้มข้นกว่า เป็นสารที่ช่วยให้เซลล์ทำงานได้ อย่างเป็นปกติ มีคุณสมบัติเป็น Antioxidant นอกจากนี้ Niacinamide ยังสามารถช่วยรักษาสิว ช่วยลดอาการบวมแดงของผิว ควบคุมความมันส่วนเกิน กักเก็บความชุ่มชื้น เพิ่มความยืดหยุ่น และลดริ้วรอยเหี่ยวย่น โดยช่วยกระตุ้นกระบวนการ Metabolism ของเซลล์ โดยการเสริมสร้างไขมัน (Fats) และเพิ่มระดับ Ceramide ในชั้นผิวหนังกำพร้า ซึ่งช่วยลดการสูญเสียน้ำในเซลล์ และเสริมชั้นเกราะป้องกันผิว ดังนั้น วิตามิน B3 จึงมีส่วนช่วยลดเลือนริ้วรอยจากความแห้งกร้าน นอกจากนี้ Niacinamide ยังช่วยในเรื่องของผิวขาว ลดเลือนจุดด่างดำ และความไม่สม่ำเสมอของสีผิวได้เป็นอย่างดี โดยจะยับยั้งการขนถ่ายเม็ดสีเมลานินจาก Melanocytes Cells ไปยัง Keratinocytes Cells ทำให้เมื่อ Keratinocytes Cells เคลื่อนที่สู่ผิวชั้นบนของหนังกำพร้าจะมีเม็ดสีเมลานินไม่มาก สีผิวจึงดูขาวสม่ำเสมอ กระจ่างใสอย่างแท้จริง

 

คุณสมบัติของ Niacinamide ที่มีการศึกษาและทดลองทางวิทยา ศาสตร์ พบว่า Niacinamide เพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิว ในผิวหนังกำพร้าชั้น stratum corneum มี fatty acid และ ceramide เป็นโครงสร้างสำคัญ ทำหน้าที่ปกป้องผิวและเก็บกักน้ำทำให้ผิวเนียนนุ่มชุุ่มชื่น จากการทดลองพบว่า Niacinamide สามารถเพิ่มความชุ่มชื้นและความแข็งแรงให้ผิวหนังได้โดย

– เพิ่มการสังเคราะห์ keratin และ involucrin กับ filaggrin ซึ่งเป็น barrier layer protein ในผิวชั้นหนังกำพร้า
– เพิ่มการสร้าง free fatty acid และ ceramide
– ลดการสูญเสียน้ำออกผิวหนัง (Transepidermal water loss)

 

การชลอริ้วรอย เมื่อผิวเกิดริ้วรอยและเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่น เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่บอกถึงความเสื่อมชราของผิวหนัง สาเหตุหลักๆมาจากการสร้าง collagen และ elastin ใน fibroblast น้อยลงเรื่อยๆ วิธีชลอริ้วรอยที่แนะนำกันมากก็คือ กระตุ้นการสร้าง fibroblast และป้องกันไม่ให้โครงสร้างเส้นใย collagen ถูกทำลาย Niacinamide เป็นสารหนึ่งที่พบว่าสามารถช่วยเพิ่ม fibroblast และ collagen จึงเป็นสารที่ใช้ช่วยชลอริ้วรอยในผิวหนัง

 

การทำให้ผิวขาว มีสีผิวสม่ำเสมอ แสงแดดเป็นสาเหตุหลักอันหนึ่งที่ทำให้เกิดการสร้างเม็ดสี ในผิวหนังมากกว่าปกติ (hyperpigmentation) โดย melanocyte จะผลิต melanosome ซึ่งมี melanin อยู่ภายใน แล้วปล่อยเข้าไปใน keratinocyte ที่อยู่รอบๆ จากนั้น keratinocyte จะเคลื่อนขึ้นไปสู่ผิวชั้นบนของหนังกำพร้า ทำให้ผิวมีสีเข้มกว่าปกติหรือเป็นฝ้า กระ รอยด่างดำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ ในการศึกษาพบว่า Niacinamide เข้าไปยับยั้งการส่งถ่าย melanosome ไปยัง keratinocyte ทำให้ keratinocyte ที่เคลื่อนสู่ผิวชั้นบนของหนังกำพร้าไม่มีเม็ดสีที่มากผิดปกติ ผิวจึงดูขาว กระจ่างใส มีสีผิวสม่ำเสมอ

 

การรักษาสิว การใช้สารฆ่าเชื้อในการรักษาสิว โดยทั่วไปอาจทำให้เกิดการระคายเคืองหรือแบคทีเรียเกิดการดื้อยาได้ จากการศึกษาของ Shalita colleagues แสดงให้เห็นว่า Niacinamide 4% มีประสิทธิภาพในการรักษาสิวเช่นเดียวกับการใช้ยา Clindamycin 1% และให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่าด้วย ยังมีข้อมูลที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า เมื่ออายุเพิ่มขึ้นระดับ NADH/NADPH จะลดลง ซึ่ง NADH/NADPH เกี่ยวข้องกับการสร้าง ATP ใน Krebs cycle โดยATP เป็นแหล่งพลังงานให้กับเซลล์ในการทำหน้าที่ต่างๆ รวมถึงการสร้างและการแบ่งตัวของเซลล์ เมื่อ NADH/NADPH ลดลง ATP ก็ลดลง การสร้างเซลล์ผิวใหม่และการผลัดเซลล์ก็น้อยลงด้วย ผิวจึงดูหม่นหมองและไม่เต่งตึง การทา Niacinamide บนผิวโดยตรง จะไปช่วยชลอการลดลงของ NADH/NADPH นอกจากนี้ Niacinamide ยังช่วยเรื่องการต่อต้านอนุมูลอิสระ และยังช่วยลดการระคายเคืองอีกด้วย

 

Shea Butter

Shea Butter ได้จากการสกัดผลของต้น Karite ในทวีปอัฟริกาตะวันตก ซึ่่งแปลตรงตัวว่า ต้นไม้แห่งชีวิต (Tree of Life) ชื่อทางพฤกษศาสตร์ คือButyrospermum parkii ทั้งนี้ ต้น Karite จะออกดอกระหว่างเดือนมิถุนายน-เดือนกรกฎาคมให้ผลสีเขียวแก่คล้ายอโวคาโดซึ่งจะร่วงลง มาเองเมื่องอมเต็มที่ ภายในผลจะมีเมล็ด ซึ่งส่วนในของเปลือกเมล็ด (kernel) จะเป็นส่วนที่แข็ง สีขาวและเป็นส่วนที่ให้ Shea Butter นั่นเอง Shea Butter ดีอย่างไร แม้ว่าไม้หลายชนิดจะให้น้ำมันและบัตเตอร์แต่ Shea Butter จะต่างตรงที่จะมี 2 ส่วน คือส่วนที่ให้ความชุ่มชื่นแก่ผิว (moisturizing fraction) และส่วนที่ให้ผลทางการรักษา (healing fraction) ซึ่งจะกระตุ้นเซลล์ผิวหนังให้เพิ่มประสิทธิภาพกักเก็บความชื้น ส่วนที่มีผลทางการรักษา : เมื่อเราอายุมากขึ้นเซลล์ผิวหนังจะเป็นรูมากขึ้นและยืดหยุ่นน้อยลง เมื่อใช้ Shea Butter ซึ่งจะเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวและทำให้เซลผิวหนังกลับมายืดหยุ่นดังเดิม และเมื่อใช้อย่างสม่ำเสมอเซลล์ผิวจะปล่อยให้ความชื้นซึมผ่านเซลล์เข้ามาในขณะเดียวกันก็จะรักษาความชื้นให้คงอยู่ได้ดีขึ้น

 

Olea Europaea (Olive) Fruit Oil

สารสกัดจากน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ ช่วยปกป้องผิวหนัง ทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น ซึ่งเกิดจากวิตามินอี ส่งผลให้ผิวพรรณมีความนุ่มนวลไม่แห้งกร้าน อีกทั้งยังมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติให้ผลดีในการป้องกันโรคผิวหนังและลดริ้วรอยเหี่ยวย่น สารสกัดจากน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์อุดมด้วยสารที่มีประโยชน์อยู่อย่างครบถ้วน เช่น กรดไขมันไม่อิ่มตัว ที่ช่วยขจัดสิ่งสกปรกและสารพิษตกค้างจากผิว ช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้น นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามิน A, B, E, D และ K ที่มีส่วนช่วยในการบำรุงผิวและชะลอริ้วรอยบนผิว

 

น้ำมันมะกอกยังเป็น moisturizer จากธรรมชาติอีกด้วย เนื่องจากน้ำมันมะกอกนั้นต่างจากน้ำมันชนิดอื่นๆ ซึ่งสามารถซึบซาบลงสู่ผิวได้ง่ายและไม่ทิ้งความมันจนเหนอะหนะผิว จึงสามารถใช้แทน moisturizer ทาผิวได้เลย แถมมันยังช่วยเสริมประสิทธิภาพของครีมบำรุงผิวได้ด้วย

 

นอกจากนี้น้ำมันมะกอกยังสามารถฆ่าเชื้อโรคต่างๆ ได้ด้วย ดังนั้นจึงช่วยลดการอักเสบของสิวได้ และยังช่วยฟื้นฟูผิวที่ถูกทำร้ายจากทั้งแสงแดดหรือสารอิลาสตินที่ลดลงเนื่องจากความเครียดหรือมลพิษต่างๆ เป็นผลให้เกิดสิ่งที่เรียกว่าอนุมูลอิสระ เพราะในน้ำมันมะกอกมีโมเลกุลของวิตามินที่กล่าวมาข้างต้น ซึ่งเป็นแหล่งของโปรตีนที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ (Free Radicals) และยังช่วยยับยั้งการเกิดสิว, โรคสะเก็ดเงิน, ช่วยไม่ให้ผิวผิวแห้งแตกหรือลอกเป็นขลุย และ ยังช่วยไม่ให้เป็นผื่นคันหรือแพ้อีกด้วย

น้ำหนัก 100 g

รีวิว

ยังไม่มีบทวิจารณ์

มาเป็นคนแรกที่วิจารณ์ “โลชั่นเซรั่มบำรุงผิวกาย La Vie En Rose BODY SERUM plus CoEnzyme Q10”

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *